การโยกย้ายพนักงานภายในฝ่ายอย่าทำกันบ่อยส่งผลกระทบต่อการประเมินผลงาน

สำหรับในเรื่องนี้สหภาพฯ ยืนยันตลอดว่าเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารโดยหลักการเป็นแบบนี้แต่หากเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในการโยกย้ายโดยการใช้คำสั่งภายในและมีพนักงานบอกกล่าวกันมาค่อนข้างมากคงต้องท้วงติงกัน การโยกย้ายเปลี่ยนงานกันบ่อยในคำสั่งมักจะบอกว่าเพื่อความเหมาะสมโดยเป็นคำสั่งภายในของแต่ละฝ่ายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้แต่อย่าโอนย้ายกันยังไม่ทันอะไรเปลี่ยนแปลงกีนอีกในเรื่องนี้หลายคนค่อนข้างอึดอัดบอกผ่าน C-13 มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม กคช.มีระบบการประเมินผลการทำงาน PMS จากการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้ปรากฏว่าไม่ได้แจ้งให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลทำการเปลียนแปลงใด ๆ ส่งผลเสียและเสียโอกาสในการประเมินผลงานประจำปีเคยคิดถึงในเรื่องเหล่านี้หรือไม่คำตอบคือไม่ได้คิดถึง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงผลเสียขวัญและกำลังใจในการทำงานด้วย ไม่มีใครกล้าพูดยอมรับผลกระทบในเรื่องนี้ก็ต้องแจ้งผ่านมาที่สหภาพฯ ดังนั้นในเรื่องนี้ อย่าโยกย้ายบ่อยจนเกินไปในลักษณะย้ายกลับไปกลับมาแทนที่จะได้งานกลายเป็นบั่นทอนขวัญและกำลังใจในการทำงานเสียมากกว่า สุดท้ายในเรื่องนี้สหภาพฯ คงต้องนำเสนอในคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ให้มีแนวทางการปฏิบัติให้ชัดเจนกันต่อไป

FacebookTwitterGoogle+Share

คณะรัฐมนตรีมีมติเรื่องของการเยียวยาพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้ว กคช.ต้องทำอะไร

สำหรับในเรื่องนี้มีพนักงานสอบถามทางสหภาพฯ ค่อนข้างเยอะมากทำไม กคช.ถึงยังไม่ทำอะไรในเรื่องการช่วยเหลือพนักงานเดิมได้รับผลกระทบจากวุฒิแรกเข้าหรือมาตรการเยียวยา C-13 ขอทำความเข้าใจว่าใจเย็น ๆ นะชาว กคช.ไม่ใช่จะทำอะไรได้ตามความรู้สึกได้พูดอยู่เสมอวันนี้ข้าราชการก้าวไปไกลด้วยกลไกของรัฐทุกรูปแบบแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเมื่อมีมติ ครม.ได้ออกมาตรการรองรับแบบครบวงจรและไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายเงินเพราะได้เตรียมงบประมาณไว้พร้อม หันมามองถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจกว่าจะได้เลือดตาแทบกระเด็นต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอนเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีและจะมีการกำกับบททุกครั้งจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจขมวดความเห็นเพิ่มเติมตลอดรัฐวิสาหกิจจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและที่สำคัญการปรับค่าจ้างหรือเงินเดือนจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อตั้นทุนและการให้บริการประชาชนคือสูตรสำเร็จ รอคอยในเรื่องนี้ถึงหนึ่งปีกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 แนวทางใช้แบบเดียวกับข้าราชการแบบสำเนาถูกต้องหลังจากมีมติออกมาแล้วจะต้องรอประกาศจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมทำหนังสือแจ้งให้ทุกรัฐวิสาหกิจดำเนินการสำหรับในส่วนของ กคช.เองในเรื่องนี้สหภาพฯ ได้นำเสนอไว้ล่วงหน้าในการประชุมคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดตัวเลขทั้งหมดทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีสูตรในการคิดไว้เรียบร้อยแล้วในเรื่องนี้พนักงานซึ่งมีฐานเงินเดือนสูงสุดประมาณสองหมื่นกว่าบาทจะไดรับประโยชน์ในเรื่องนี้มีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 ทั้งหมดนี้คือผลงานของการทำงานของสหภาพร่วมมือกันในนาม “สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)” ไม่ใช่่อยู่ดี ๆ ฟ้าประทานมาให้….

FacebookTwitterGoogle+Share

แนวทางการปฏิรูประบบการบริหารการจัดการรัฐวิสาหกิจจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ข่าวการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจรวมถึงการแปรรูปแล้วแต่จะใช้รูปแบบไหนเป็นเรื่องที่พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นเรื่องใกล้ตัวที่จะต้องรับรู้ในวันนี้นโยบายของรัฐบาลชัดเจนในการปฏิรูปการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจใหม่ทั้งหมด C-13 ได้อ่านเรื่องนี้โดยละเอียดถึงรูปแบบและแนวทางของรัฐบาลซึ่งเป็นที่น่าจับตามองของรัฐวิสาหกิจทุกแห่งจะออกมาแบบไหนโดยสรุปเป็นประเด็นที่กระชับจากเอกสารอย่างเป็นทางการทำไมถึงต้องมีการปฏิรูประบบการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจเสียเวลาอ่านสักนิดจะก้าวทันโดยสรุปดังนี้:-

*หลักการและเหตุผล*

1. รัฐวิสาหกิจของประเทศไทยมีทรัพย์สินรวมมากถึง 11.8 ล้านบาท มีรายได้รวมกันประมาณ 298,000 ล้านบาท

2. การบริหารการจัดการรัฐวิสาหกิจยังไม่เป็นระบบและไม่โปร่งใสชัดเจน

*ประเด็นปัญหาทำไมถึงต้องปฏิรูป*

1. ส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารการจัดการรัฐวิสาหกิจมีความสับสนและขาดความชัดเจนในการแยกแยะบทบาทระหว่าง

    -หน่วยงานกำหนดนโยบาย(Policy Maker)

    -หน่วยงานกำกับดูแล(Regulator)

    -หน่วยงานทำหน้าที่แทนเจ้าของ(Owner)

    -หน่วยงานที่เป็นผู้ดำเนินการให้บริการ(Operator or Servive Pravider)

2. รัฐวิสาหกิจบางแห่งดำเนินการขาดทุน*ทำให้เป็นภาระของรัฐบาล*

3. หน่วยงานบางหน่วยไม่มีลักษณะเป็นรัฐวิสาหกิจและไม่ควรจัดให้เป็นรัฐวิสาหกิจ เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

*กรอบแนวคิดในการปฏิรูป*

1. กำหนดบทบาทและภาระกิจของส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจนแยกให้ชัดเจนว่าหน่วยงานไหนเป็น Policy Maker, Regulator, Owner และ Operator และดำเนินการให้แต่ละแหน่วยงานปฏิบัติภาระกิจเฉพาะตนไม่ก้าวก่ายและไม่ทับซ้อน

2. ให้จัดตั้งองค์กรซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าของ(Owner) ของรัฐวิสาหกิจเพื่อเพื่อปฏิบัติภารกิจในการเป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจซึ่งอาจเป็น Holding Company หรือองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานของรัฐ

3. ให้หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่เจ้าของรัฐวิสาหกิจทำการทบทวนเหตุผลแห่งการดำรงอยู่ของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง

4. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสให้ออกกฎหมายกำหนดให้รัฐบาลสามารถใช้รัฐวิสาหกิจในการดำเนินงานเป็นกรณีพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลได้โดยต้องมีการแยกบัญชีของการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลออกต่างหากโดยตั้งเป็น “บัญชีบริการสาธารณธ” (Public Service Account,PSA)

    *ทั้งหมดนี้คือกรอบแนวทางของนโยบายการปฏิรูประบบการบริหารการจัดการรัฐวิสาหกิจในภาพรวม C-13 ฝากไว้ว่าเรื่องนี้เป็นเพียงกรอบกว้าง ๆ เท่านั้นและในภาคส่วนของผู้นำแรงงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่งในนามสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส) ได้ติดตามเรื่องเหล่านี้โดยใกล้ชิดมีการจัดตั้งคณะทำงานจากผู้แทนของสหภาพฯ แต่ละแห่งศึกษาข้อมูลรายละเอียดกันล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ C-13 รับหน้าที่ในการทำข่าวด้านประชาสัมพันธ์ในทีมงานของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์นำข้อมูลข่าวสารออกสู่สาธารณะคืออีกหนึ่งหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในงานที่ตัวเองถนัด

FacebookTwitterGoogle+Share

ขอบคุณคณะกรรมการเจรจาข้อเรียกร้องประจำปี พ.ศ.2557

การยื่นข้อเรียกร่้องของสหภาพฯ ประจำปี พ.ศ.2557 ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 9 ข้อ สำหรับรายละเอียดทั้งหมด C-13 ได้ลงรายละเอียดไปเรียบร้อยแล้วลองไล่หัวข้อดูในกระดานข่าวนี้ เป้าหมายของการเจรจาในทุกข้อสหภาพฯ ได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ของการเจรจาด้วยเหตุและด้วยผลมองถึงผลประโยชน์ของพนักงานที่จะได้รับและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นขององค์กรเป็นหลักจริงอยู่หากมองเฉพาะตัวบท พรบ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 กำหนดไว้ชัดเจนว่าผลของการเจรจาข้อเรียกร้องเมื่อได้ข้อยุติทั้งหมดและนำไปจดทะเบียนจะมีผลผูกพันธ์เฉพาะพนักงานซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพฯ เท่านั้น แต่สำหรับ กคช.ฝ่ายบริหารไม่ได้มองเฉพาะสมาชิกสหภาพฯ ยังมองถึงพนักงานทั้งหมดซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพได้รับประโยชน์จากข้อตกลงในครั้งนี้ด้วย วันนี้ 30 มีนาคม 2558 เป็นการเจรจาครั้งสุดท้ายสำหรับเรื่องข้อเรียกร้องและในหลาย ๆ หัวข้อฝ่ายบริหารได้ปฏิบติในระหว่างการเจรจายังไม่เสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนั้นในวันนี้เท่ากับการเจรจาข้อเรียกร้องระหว่างสหภาพฯ และฝ่ายบริหารเสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบบรรยากาศการประชุมเจรจาเป็นไปด้วยเหตุด้วยผลทั้งสองฝ่ายไม่ได้ทั้งหมด 100% แต่หลักการทุกอย่างที่สหภาพนำเสนอได้รับการตอบรับทุกเรื่องจะมีเฉพาะเรื่องค่ารถสำหรับพนักงานในเขตกรุงเทพและปริมณฑลต้องมาดูตัวเลขที่เหมาะสมแต่ฝ่ายบริหารยืนยันว่าได้ปรับเพิ่มขึ้นและขอให้สหภาพฯ นำเข้าสู่คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์คือขั้นตอนต่อไป C-13 ต้องขอบคุณฝ่ายบริหารประธานในที่ประชุม รองผู้ว่าการสุริยา ลือชารัศมี และคณะผู้บริหารทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ ในครั้งต่อไปเป็นเพียงเรียบเรียงรายละเอียดทั้งหมดทั้ง 9 ข้อให้เรียบร้อยก่อนนำไปจดทะเบียนที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เพื่อมีผลในทางปฏิบัติต่อไป

FacebookTwitterGoogle+Share

มุมมองการลงทุนแผนสมดุลตามอายุกองทุนสำรองเลี้ยงชีพการเคหะแห่งชาติ

A 4_13 จากการที่ C13 ได้รับการแต่งตั้งในสัดส่วนของสหภาพฯ ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กคช.แต่เดิมได้มอบหมายให้ คุณพงษ์ศักดิ์  นิลสิทธิ์สถาพร เป็นกรรมการชุดนี้ ภายหลังจากเข้าทำหน้าที่ในเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าสหภาพฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างต่อเนื่องและได้ศึกษาทำความเข้าใจชี้แนะให้กับสมาชิกกองทุนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น วันนี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กคช.ก้าวไกลรุดหน้าไปหลายช่วงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐวิสาหกิจด้วยกันในหลายแห่งมักจะเกิดปัญหาจากทางสหภาพมักจะไม่ค่อยศึกษาทำความเข้าใจในเชิงลึกตั้งใจเพียงมุ่งหน้าสร้างเงื่อนไขคัดค้านเป็นหลักแต่จุดยืนของสหภาพฯ กคช.แตกต่างกันก่อนจะค้านเห็นด้วยหรือไม่ต้องทำการบ้านศึกษาข้อดีข้อเสียและที่สำคัญกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กคช.เป็นการจัดตั้งร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพฯ ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน ในวันนี้จึงขอทำความเข้าใจในเรื่องของการลงทุนในแผนสมดุลตามอายุให้มั่นใจและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น รูปแบบนี้เหมาะมากที่สุดและเป็นรูปแบบใหม่สำหรับพนักงานซึ่งยังมีอายุการทำงานพอสมควร กคช.เป็นหน่วยงานแรกของรัฐวิสาหกิจได้ตัดสินใจเลือกรูปแบบการลงทุนในลักษณะนี้กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทยสำหรับในต่างประเทศไม่ต้องพูดถึงก้าวหน้าไปมากเปิดโอกาสให้บริษัทบริหารจัดการกองทุนตัดสินใจด้วยความคล่องตัว C-13 ให้มุมมองว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการสะสมเงินออมไว้ตอนเกษียณอายุดังนั้นจะต้องมองกันระยะยาวการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงคือการลงทุนในตลาดหุ้นแต่จะต้องมีมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการแทนสมาชิกกองทุนมีตัวเลขที่มาที่ไปทั้งหมดก่อนที่จะตอบโจทย์นี้อัตราผลตอบแทนต่อปีในระยะยาวอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ยิ่งอายุการทำงานเหลือมากยิ่งได้เปรียบ จากตารางผลตอบแทนอย่างเป็นทางการในเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2558 ได้นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างเพียงหกเดือนแรกในตารางผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีอัตราผลตอบแทนตั้งแต่ 2.52-5.8% ไม่ต้องเสียเวลาในการเลือกรูปแบบการลงทุนใด ๆ มองที่ผลการดำเนินการเพียงอย่างเดียว ในป้าหมายของ ผว.กฤษดา มีความตั้งใจให้พนักงาน กคช.เข้าสู่แผนการลงทุนในรูปแบบนี้ให้มากยิ่งขึ้นซึ่งต้องสร้างความเข้าใจให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องนี้สหภาพฯ เห็นด้วยเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับพนักงาน กคช.ในระยะยาวจะได้มีเงินออมในช่วงเกษียณอายุได้มีผลตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับเงินก้อนสุดท้ายของพนักงานเอง *

*สำหรับการเปลี่ยนแปลงเงินสะสมของสมาชิกเองข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กคช. ให้กระทำได้ปีละ 4 ครั้ง *

ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 มีนาคม ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-15 มิถุนายน ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 1-15 ธันวาคม

FacebookTwitterGoogle+Share

รู้สึกสงสัยทำงานล่วงหน้าได้อย่างไร ณ โครงการหนองสำโรง อุดรธานี

เหลียวหลังแลหน้าไปยังจังหวัดอุดรธานี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคอีสานที่ประชาชนตอบรับโครงการของ กคช.อย่างอุ่นหนาฝาคั่งในทุกครั้งที่เปิดการขายแต่ที่ขายต่อไม่ได้สาเหตุเพราะ กคช.สะดุดขาตัวเองต่างหาก C-13 ได้รับการบอกมาและส่งรูปมาให้สงสัยมากโครงการบ้านเอื้ออาทรเดิมหนองสำโรงซึ่งเป็นโครงการที่สร้างไม่เสร็จขอให้ภาษาง่าย ๆ ในอดีตตกทอดมาจนถึงปัจจุบันจำนวนเกือบสามร้อยหน่วยในภายหลังได้นำเข้ามาเป็นโครงการหารายได้ในระยะที่ 1 แทนยังคงได้รับความสนใจขายหมดเพียงชั่วพริบตาเช่นเดิม เมื่อขายหมดขั้นตอนต่อไปคือการหาผู้รับเหมาโดยใช้วิธีการประกวดราคาเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องแต่วันนี้คำถามที่ส่งสัยกันแต่เดิมคาดว่าได้ผู้รับเหมาแน่หรือนั่งทางในว่าบริษัทนี้ได้แน่นอนในขั้นตอนการปฏิบัติต้องได้ผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการและมีการส่งมอบพื้นที่ถึงจะเริ่มต้นดำเนินงานได้จากที่ C-13 หาข้อมูลมา ณ วันนี้ 19 มีนาคม 58 โครงการนี้จะมีการลงนามการจ้างอย่างเป็นทางการแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีผู้รับเหมาเข้าไปดำเนินการล่วงหน้าได้อย่างไร…แล้วพบกันในเวทีคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ 23 มีนาคม 2558 นี้…

FacebookTwitterGoogle+Share

ภาค(2) ประเด็นการเอาเปรียบองค์กรหรือไม่

จากที่ C-13 ได้เปิดประเด็นเรื่องของการเอาเปรียบองค์กรหรือไม่คำตอบเชื่อแน่ว่าได้สร้างกระแสในวงกว้างเพียงแค่ชั่วข้ามคืนถามกันว่าเป็นโครงการอะไรและเป็นใครเรื่องแบบนี้คงไม่ยากที่ C-13 หาข้อมูลก่อนที่จะเขียนข่าวเนื่องจากเป็นสิ่งที่สหภาพฯ ยอมไม่ได้เหตุเกิดของโครงการศรีนวมินทร์ 2 เป็นทาวเฮาส์ 3 ชั้น จำนวน 18 หน่วย ขายได้หมดแล้วลูกค้าบุคคลภายนอกจำนวน 15 ราย ยอมรับและเข้าใจถึงเรื่องของโครงการไม่สามารถก่อสร้างในราคาเดิมได้เนื่องจากสาเหตุความล่าช้าในการขออนุมัติโครงการเกือบสามปีเมื่อโครงการได้รับอนุมัติล่าสุดนี้จำเป็นต้องปรับราคาตามความเป็นจริงถึงจะก่อสร้างได้มีเพียง 3 หน่วย ที่ไม่ยอมต้องใช้ราคาเดิมเป็นอดีตพนักงาน กคช.ระดับบริหารรอง ผอ.ฝ่าย  1 ท่านซื้อไว้ 1 หน่วย และอีก 2 หน่วย เป็นของพนักงาน กคช.ยังทำงานอยู่แถมยังอ้างกฏมายละเว้นการปฏิบัติถึง ผว.โดยตรงและพนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการเพื่อจะฟ้องร้องในฐานะนักกฏหมาย วันนี้เมื่อเกิดปัญหาทำให้การก่อสร้างยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้วันนี้คงต้องฝากไว้ว่าจะยังคงยืนยันที่จะเรียกร้องในเรื่องนี้หรือในขณะที่ลูกค้าภายนอกเข้าใจดีอยากรู้ว่าเป็นใครวันนี้บอกแค่ตัวย่อก่อน “ว”… และ “บ”… 

FacebookTwitterGoogle+Share

สถิติการเยี่ยมชม

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด : 3531 ท่าน
ผู้เยี่ยมหน้านี้ : 3531 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมในวันนี้ : 4 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด : 10299 ท่าน
ผู้เยี่ยมชมในขณะนี้: 1 ท่าน
โพสต์ที่มีผู้ชมสูงสุด : คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เดินหน้ามาตรการเยียวยา
เริ่มนับตั้งแต่ : ธันวาคม 25, 2014

ปฏิทิน

เมษายน 2015
พฤ อา
« มี.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930